FreeGIS
มีทั้งโปรแกรม ไลบราลี่ ข้อมูลดาวเทียม จีไอเอส ให้เลือกเล่นครับ
วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ภาษา IDL สำหรับงานรีโมทเซนซิ่ง
ภาษา IDL สำหรับงานรีโมทเซนซิ่ง
ซอฟท์แวร์ทางด้านรีโมทเซนซิ่งมีทั้งฟรีและไม่ฟรี ENVI ก็เป็นหนึ่งในซอฟท์แวร์ประมวลผลข้อมูลภาพดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพ
ผมใช้ตัวนี้ตอนทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Urban heat island
ขณะเรียนที่สตุ๊ทการ์ทประเทศเยอรมัน
ภาษา Interactive Data Language(IDL) ก็เป็นภาษาที่ใช้ในการพัฒนาอัลกอริทึม
เขียนโค้ดช่วยในการประมวลผลข้อมูลภาพดาวเทียมนั้น
เหมาะสำหรับงานที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เหมาะกับนักศึกษา หรือ นักวิจัย
ที่ต้องการสร้างอะไรใหม่ๆ มีแหล่งข้อมูลตามนี้ครับ
Idlcoyote สุดยอดเวปมีทั้งซ้อสโค้ด เคล็ดลับ คำแนะนำมากมาย
A GUIDE TO IDL FOR ASTRONOMERS เป็นติวเตอรเรียลเบื้องต้น
เพื่อนักดาราศาสตร์ แต่ก็เป็นพื้นฐานได้
นาซ่าเวปไซต์มีลิงค์ IDL ทั้งซ้อสโค้ดและแพคเกจ ฟรี
วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
Wavelet Analysis เทคนิควิเคราะห์ข้อมูลหลายช่วงเวลา??
A Practical Guide to Wavelet
Analysis
งานวิเคราะห์ทางที่เป็น Time
seires นั้นมีวิธีวิเคราะห์เพื่อหารูปแบบของปรากฎการณ์ที่สนใจอยู่หลายวิธี
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ENSO, ISV, MJO เช่น การใช้ตัวกรอง การใช้ running
average หรือ Fourier
Transform
แต่ก็มีข้อด้อยดังนี้(อ่านที่นี่)แต่ก็มีเทคนิคที่ช่วยให้เห็นรูปแบบปรากฎการณ์ชัดเจนขึ้นชื่อว่า Wavelet analysis
โดยก็มีวิธีการทางสถิติที่ชื่อ ว่า Monte Carlo method เพื่อนำมาทดสอบว่าผลที่ได้จาก Wavelet analysis นั้นเป็นการกระจายตัวแบบ Chi square แต่หากแน่ใจว่าเป็นแบบ Guassian หรือโค้งปรกติก็ไม่จำเป็นต้องทดสอบแบบ Monte Carlo ให้ยุ่งยาก
วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555
การวัดปริมาณน้ำฝนด้วยเรดาร์ตรวจอากาศญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่ามีการพัฒนาระบบโครงข่ายเรดาร์ตรวจอากาศอันเป็นต้นแบบของโลก มีมาก่อน Nexrad ของอเมริกา มีทั้งหน่วยงาน JMA และหน่วยงานชลประทาน River.go.jp ที่มีเรดาร์
โดยหน่วยงานชลประทานของญี่ปุ่นได้พัฒนาระบบโครงข่ายเรดาร์ระบบ X-band ที่สามารถตรวจวัดปริมาณฝนณ เวลาปัจจุบันด้วยการตรวจวัดทุกๆ 5 นาที ทำให้ทราบปริมาณ น้ำฝนที่ตกจากท้องฟ้าได้อย่างแม่นยำ คำนวณปริมาณน้ำฝนในลุ่มน้ำ ว่าจะเกินขีดการรองรับหรือต้องจัดการปริมาณน้ำฝนเหล่านี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัยแก่พลเรือน มีเรดาร์ประมาณ 13 ตัว ครอบคลุมทั้งประเทศ ถ้าหากไม่มีระบบเยี่ยงนี้ น้ำคงท่วมประเทศบ่อย อาจเป็นเหมือนไทยก็ได้
ประเทศไทยรู้แล้วทำไงครับ ถ้าหากรอกรมอุตุซึ่งมีงานหลายด้าน คงต้องมีน้ำท่วมอีกหลายครั้งแน่ กรมชลประทาน ควรต้องรับผิดชอบบทบาทนี้ แล้วรับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ นักวิจัยเรื่องเรดาร์น้ำฝน ซึงเมื่องไทยมีนะครับ น่าจะแนะแนวทาง วางแผนได้อย่างเป็นรูปธรรม แล้วนำเสนองบกับรัฐบาล ผมย้ำว่า ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องข้อมูลปริมาณน้ำฝน ต้องตั้งโครงข่ายเรดาร์ตรวจวัดเฉพาะปริมาณน้ำฝน เน้นๆไปเลย เพราะเรดาร์ตรวจอากาศเป็นระบบตรวจวัดระบบเดียวที่จะได้ข้อมูลณเวลาจริงมากที่สุด ดีกว่าดาวเทียมที่โคจรมาทีหนึ่งหลายวัน แต่เรดาร์กวาดทุกๆ 5 นาทีครับ จะได้มีเจ้ามือรับผิดชอบไปโดยตรง ขอให้เกิดทีเถอะ เพี้ยงๆๆๆๆ
ดูได้จากเวป ที่นี่
โดยหน่วยงานชลประทานของญี่ปุ่นได้พัฒนาระบบโครงข่ายเรดาร์ระบบ X-band ที่สามารถตรวจวัดปริมาณฝนณ เวลาปัจจุบันด้วยการตรวจวัดทุกๆ 5 นาที ทำให้ทราบปริมาณ น้ำฝนที่ตกจากท้องฟ้าได้อย่างแม่นยำ คำนวณปริมาณน้ำฝนในลุ่มน้ำ ว่าจะเกินขีดการรองรับหรือต้องจัดการปริมาณน้ำฝนเหล่านี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัยแก่พลเรือน มีเรดาร์ประมาณ 13 ตัว ครอบคลุมทั้งประเทศ ถ้าหากไม่มีระบบเยี่ยงนี้ น้ำคงท่วมประเทศบ่อย อาจเป็นเหมือนไทยก็ได้
ประเทศไทยรู้แล้วทำไงครับ ถ้าหากรอกรมอุตุซึ่งมีงานหลายด้าน คงต้องมีน้ำท่วมอีกหลายครั้งแน่ กรมชลประทาน ควรต้องรับผิดชอบบทบาทนี้ แล้วรับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ นักวิจัยเรื่องเรดาร์น้ำฝน ซึงเมื่องไทยมีนะครับ น่าจะแนะแนวทาง วางแผนได้อย่างเป็นรูปธรรม แล้วนำเสนองบกับรัฐบาล ผมย้ำว่า ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องข้อมูลปริมาณน้ำฝน ต้องตั้งโครงข่ายเรดาร์ตรวจวัดเฉพาะปริมาณน้ำฝน เน้นๆไปเลย เพราะเรดาร์ตรวจอากาศเป็นระบบตรวจวัดระบบเดียวที่จะได้ข้อมูลณเวลาจริงมากที่สุด ดีกว่าดาวเทียมที่โคจรมาทีหนึ่งหลายวัน แต่เรดาร์กวาดทุกๆ 5 นาทีครับ จะได้มีเจ้ามือรับผิดชอบไปโดยตรง ขอให้เกิดทีเถอะ เพี้ยงๆๆๆๆ
ดูได้จากเวป ที่นี่
วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555
โครงข่ายเรดาร์ตรวจอากาศของประเทศต่างๆ
หากในปี 2011 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีระบบเรดาร์ตรวจอากาศที่มีการบำรุงรักษาที่ดี (จริงๆเรามี20 กว่าสถานีแต่เก่ามากๆ ไม่ได้รับการบำรุงรักษาที่ได้มาตรฐาน การเก็บข้อมูลก็แค่ชั่วโมงละครั้ง ไม่เหมือนกับฝนหลวงที่ได้มาตรฐานทัดเทียมประเทศพัฒนาแล้ว) และถ้าหากมีการเก็บบันทึกข้อมูลที่ถี่กว่าที่เป็นอยู่ ให้เป็น 5 นาทีต่อครั้ง บวกกับข้อมูลน้ำฝนอัตโนมัติที่มีอยู่พันกว่าสถานี ประเทศเราน่าจะมีข้อมูลที่ได้มาตรฐาน ช่วยในการตัดสินใจต่อการบริหารน้ำได้อีกทาง ผลักให้เป็นวาระแห่งชาติดีไหม ทุ่มงบตั้งหน่วยงานเก็บข้อมูลด้านนี้โดยเฉพาะเลยดีไหม เพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชนและงานวิจัยด้านอุตุนิยมวิทยาและเรื่องน้ำ แต่จริงๆก็มีอยู่แล้วสองสามหน่วยงานที่เห็น แต่พอเกิดเหตุภัยพิบัติไม่มีใครถามหรอกว่ามีหน่วยงานนู้นนี่ แต่ที่อยากรู้คือน้ำจะท่วมไหม ท่วมเมื่อไหร่ ท่วมที่ไหน จะทำอย่างไรไม่ให้ท่วม ถ้าท่วมแล้วจะจัดการยังไง จะไปอยู่ตรงไหน จะลดเมื่อไหร่ เสียหายเท่าไหร่ ตรงไหนบ้าง นั่นต่างหากที่สำคัญต่อประชาชน แต่ถ้าเป็นนักวิชาการก็จะสนใจว่าทำไมมันถึงเกิด เกิดได้อย่างไร ผมมีตัวอย่างประเทศที่มีกรมอุตุเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่งานด้านอุุตุนิยมวิทยาก้าวไปไกลแล้วครับ แต่ผมไม่โทษกรมอุตุเพราะผมทราบว่ากรมอุตุงานล้นมือมากแล้วก็ขาดการสนใจจากผู้ใหญ่ด้วย ทิ้งให้ทำงานตามมีตามเกิดมานาน ต้องช่วยกันทุกคนให้มีข้อมูลด้านนี้มาใช้อำนวยประโยชน์ให้กับประเทศเราให้ได้ แล้วต้องมีการบำรุงรักษา พร้อมทั้งพัฒนาให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศอย่าหยุดนิ่ง ไม่งั้นโดนแซงครับ โดนแซงด้วยภัยพิบัตินี่แหละที่น่าเป็นห่วงที่สุด
ประเทศมาเลเซียไปไกลแล้วนะครับ มีโครงข่ายเรดาร์เป็นแผนที่เรียบร้อยแล้วดูได้ที่นี่
ประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง ดูได้ที่นี่
ส่วน Nexrad ของอเมริกานี่ก็สุดยอดครับ โมเสคทั้งประเทศเลย ดูได้ที่นี่
ส่วนของแคนาดาก็มีนะครับ ดูได้ที่นี่
แล้วก็ยังมีรวมกันของอเมริกาและแคนาดาด้วย ดูได้ที่นี่
สหราชอณาจักร ก็เป็นผู้นำด้านอุตุนิยมวิทยาของโลกครับ ดูได้ที่นี่
ของประเทศฝรั่งเศสก็สวยดีเป็นแอนิเมชั่นเลย ดูได้ที่นี่ครับ
ของประเทศเยอรมันก็มีครับ ที่นี่
ของประเทศนอรเวย์ครับ ที่นี่
ผมชอบของออสเตรเลียมากที่สุดครับ ดูได้ที่นี่
ของประเทศไต้หวันครับ ที่นี่
ส่วนลิงค์กรมอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกเข้าดูได้ที่นี่
ประเทศมาเลเซียไปไกลแล้วนะครับ มีโครงข่ายเรดาร์เป็นแผนที่เรียบร้อยแล้วดูได้ที่นี่
ประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง ดูได้ที่นี่
ส่วน Nexrad ของอเมริกานี่ก็สุดยอดครับ โมเสคทั้งประเทศเลย ดูได้ที่นี่
ส่วนของแคนาดาก็มีนะครับ ดูได้ที่นี่
แล้วก็ยังมีรวมกันของอเมริกาและแคนาดาด้วย ดูได้ที่นี่
สหราชอณาจักร ก็เป็นผู้นำด้านอุตุนิยมวิทยาของโลกครับ ดูได้ที่นี่
ของประเทศฝรั่งเศสก็สวยดีเป็นแอนิเมชั่นเลย ดูได้ที่นี่ครับ
ของประเทศเยอรมันก็มีครับ ที่นี่
ของประเทศนอรเวย์ครับ ที่นี่
ผมชอบของออสเตรเลียมากที่สุดครับ ดูได้ที่นี่
ของประเทศไต้หวันครับ ที่นี่
ส่วนลิงค์กรมอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกเข้าดูได้ที่นี่
วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555
ตรวจสอบความถูกต้องของ GoogleMap
ผมไปอ่านเจอเวบบอร์ดคุยกันเรื่องตรวจสอบความถูกต้องของ GoogleMap ของพื้นที่แวนคูเวอร์ แคนาดาโดยคนโพสต์ก็ไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือไม่แต่ก็ใช้ GPS Handheld ธรรมดาแต่เปิด WAAS ซึ่งความถูกต้องของจีพีเอสนี้ก็น่าจะอยู่ที่ต่ำกว่า 3 เมตร แต่พอเช็คกับGoogleMap แล้วพบว่าบางจุดใกล้เคียงกัน 5 เมตร บางจุด 30 เมตร เค้าก็เลยสงสัยว่าวิธีเค้าเชื่อได้ขนาดไหน ก็มีนักสำรวจมาให้คำตอบพร้อมอธิบายมากมาย เช่น บอกว่าน่าจะใช้ DGPS ที่ใช้ Base and Rover แล้วค่อยไป Postprocess จากนั้นจะได้ Checkpoints แล้วค่อยมาทำการหาค่า RMSระหว่างจุด Checkpoints กับ จุด Google น่าจะดีกว่า แต่ก็ยังมีคำอธิบายอื่นๆน่าสนใจอยู่เยอะครับ ลองอ่านดู
1. ที่นี่
2.ที่นี่ด้วย
3.มีลิงค์หนังสือด้วยเรื่อง Map Scripting 101 เป็นหลักการทำแผนที่บนเวปครับ ที่นี่
1. ที่นี่
2.ที่นี่ด้วย
3.มีลิงค์หนังสือด้วยเรื่อง Map Scripting 101 เป็นหลักการทำแผนที่บนเวปครับ ที่นี่
วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555
การปรับแก้ความคลาดเคลื่อนแบบ DGPS
หลักการของ DGPS ก็คือว่า ถ้าจีพีเอสสองตัวอยู่ในระยะที่ใกล้กัน2-300 กิโลเมตร จะต้องมีค่าความผิดพลาดที่เกิดจากชั้นบรรยากาศ วงโคจร สัญญานนาฬิกาบนดาวเทียมและเครื่องรับ รวมทั้งความคลาดเคลื่อนอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเมื่อเอาจีพีเอสหนึ่งตัวไปวางไว้ ณ ตำแหน่งที่ทราบค่า เช่น หมุดของกรมที่ดินเรียกว่า Base GPS หรือ กรมแผนที่ทหาร แล้วให้เอาจีพีเอสอีกหนึ่งตัวที่ต้องการวัดค่าตำแหน่งของวัตถุใดๆในสนามไปวางไว้ณตำแหน่งที่ต้องการทราบค่าเรียกว่า Rover GPS จากนั้นทำการบันทึกข้อมูลสัญญานที่ได้รับทั้งสองตัว เพื่อนำไปปรับแก้หลีงจากทำการรังวัดตำแหน่งเสร็จในสำนักงานอีกครั้ง
หรือ หากมีสถานีที่ทราบค่าพิกัดแน่นอนแล้วให้บริการส่งสัญญานวิทยุส่งค่าปรับแก้ให้กับตัว Rover ก็จะปรับแก้ความถูกต้องเชิงตำแหน่งณเวลานั้นๆได้แบบเรียบไทม์ เรียกว่า RealTimeDGPS ที่ให้ค่าความถูกต้องระดับเซนติเมตร หรือ มีตัว Base กับ Rover แล้วทำอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อรับสัญญานวิทยุเพื่อปรับแก้ตัว Rover
อ่านเพิ่มเติม
1. ESRI
2. DGPS
3. GPS ดีมากๆ
4. Trimble tutorial มีแอนิเมชั่นให้ดูด้วยครับ
หรือ หากมีสถานีที่ทราบค่าพิกัดแน่นอนแล้วให้บริการส่งสัญญานวิทยุส่งค่าปรับแก้ให้กับตัว Rover ก็จะปรับแก้ความถูกต้องเชิงตำแหน่งณเวลานั้นๆได้แบบเรียบไทม์ เรียกว่า RealTimeDGPS ที่ให้ค่าความถูกต้องระดับเซนติเมตร หรือ มีตัว Base กับ Rover แล้วทำอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อรับสัญญานวิทยุเพื่อปรับแก้ตัว Rover
อ่านเพิ่มเติม
1. ESRI
2. DGPS
3. GPS ดีมากๆ
4. Trimble tutorial มีแอนิเมชั่นให้ดูด้วยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
